เฆี่ยนหนัก 80 ครั้ง ถูกจับได้ว่าคู่เกย์แอบมีเพศสัมพันธ์กัน

beat-

แม้ว่าโลกเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหน มีการเปิดใจยอมรับเพศที่สามมากเท่าใด แต่ก็ยังคงมีหลายชาติที่ยังคงยึดมั่นในหลักความเชื่อของศาสนาตนเอง และคิดว่าเพศที่สามเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีในศาสนาของพวกเขา โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย ในจังหวัดอาเจะห์มีข่าวชายคู่หนึ่งเป็นคู่รักรักกันจนถูกจับได้ว่าพวกเขาทั้งสองคนนั้น ได้แอบมีเพศสัมพันธ์กันอย่างลับๆ มาหลายครั้ง จนกระทั่งความลับแตกจนถูกนำมาสืบสวนหาความผิดเพิ่มเติม โดยโทษที่พวกเขาทั้งสองอาจได้รับก็คือการโบยเป็นจำนวน 80 ครั้งประจานต่อคนนับร้อยในที่สาธารณะ โดยคู่รักสองคนนี้มีอายุเพียง 20 ปี โดยหลักฐานที่ชี้ชัดเอาผิดพวกเขานั้นเป็นคลิปวีดีโอที่ทั้งคู่ได้ถ่ายระหว่างร่วมทำกิจกรรมทางเพศ โดยการบุกจับกุมครั้งนี้เกิดจากการแจ้งเบาะแสของคนในชุมชน ที่คิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นคู่เกย์ จึงได้บุกเข้าไปพบระหว่างที่พวกเขากำลังมีเพศสัมพันธ์กันอยู่ โดยระหว่างการจับกุมได้มีผู้ถ่ายคลิปในสถานที่เกิดเหตุ เอาไว้และนำไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ โดยจากภาพในคลิปจะเห็นชายสองคนที่ไม่สวมเสื้อผ้า โดนเจ้าหน้าที่กดไว้กับพื้นเพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีไปไหน ในขณะที่อีกคนพยายามโทรศัพท์หาญาติของตนเอง จากนั้นทั้งคู่จึงถูกจับกุมใส่กุญแจมือและถูกคุมตัวไปยังศาล ท่ามกลางผู้คนที่ยืนดูตลอดทาง สีหน้าผู้คนที่มองมาที่พวกเขามองราวกับเขานั้นไม่ใช่คนอีกต่อไป แถมยังแสดงท่าทางรังเกลียดต่อพวกเขา จึงทำให้รู้ได้เลยว่าชาวบ้านมีความรู้สึกอย่างไรกับเพศที่สามในสังคมของพวกเขา ความผิดของพวกเขาคาดว่าจะต้องถูกโบยกว่า 80 ครั้งในข้อหารักร่วมเพศอันไม่เป็นที่ยินยอมในศาสนาและกฎหมายชารีอะห์มะที่ร่างขึ้นมาในปี 2006 โดยกำหนดไว้ว่าโบยมากสุดไม่เกิน 100 ครั้ง นอกจากนี้โทษสำหรับการโบยในประเทศอินโดนีเซียนั้น ไม่เพียงใช้ลงโทษสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังนำไปใช้ผู้กระทำผิดข้อหาอื่นๆ อีกมากมาย แต่การลงโทษรูปแบบถือนี้เป็นการลงโทษครั้งแรกที่อาเจะห์ ทางการของอินโดนีเซีบเคยออกมาประกาศว่าจะยกเลิกการลงโทษที่สาธารณะ แต่แล้วก็ได้หยิบยกนำกลับมาใช้อีกเหมือนเดิม หลังจากที่ได้สอบถามครอบครัวของผู้กระทำผิด เมื่อผ่านเรื่องเหล่านี้ไปแล้วพวกเขาจะส่งลูกของตนเองไปเรียนในต่างประเทศ เพราะคงเป็นเรื่องลำบากที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้เหมือนเดิม

Read More

คู่เกย์ลั่นวาจามั่นไม่มีวันปล่อยมือจากกันแน่นอน

gay

วันนี้จะมาเล่าเรื่องราวของคู่รักชายหนู่มที่ต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกัน แต่อุปสรรคบางเรื่องก็ไม่อาจที่จะก้าวผ่านไปได้นอกจากความตาย เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อนายต้น (สมมุติ) ได้พบรักเข้ากับนายเอก (นามสมมุต) ในจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแม้ว่าจะรู้ภายหลังว่านายเอกนั้นมีเชื้อ HIV อยู่ในร่างกาย แต่เรื่องนี้น่าประทับใจอยู่ตรงที่เขาทั้งคู่ต่างดูแลซึ่งกันตลอดมา และไม่มีท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด ซึ่งทำให้เห็นว่าความรักนั้นเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม โดยความรักของทั้งสองเกิดขึ้นเมื่อได้ทักกันครั้งแรกบนอินเตอร์เน็ตจนกระทั่งได้มาพบเจอกัน เรื่องราวดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนทำให้เราได้ใช่ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นเวลากว่า 3 ปี ต่างคนต่างรับผิดชอบส่วนของตัวเอง โดยใช้ชีวิตแบบจริงใจต่อกัน โดยในขณะนั้นนายเอกก็ได้บอกว่าต้นเองนั้นเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่นายต้นก็ไม่สนใจและยังคงรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง โดยได้บอกว่าไม่ว่าจะเป็นอะไรเพวกเขาก็จะรักกันอยู่แบบเดิมเสมอ ตลอดเวลาที่นายต้นได้พยายามหาข้อมูลงานวิจัยต่างๆ เพื่อที่จะนำมาใช้ดูแลคนที่เขารักว่ามีการรักษาใดที่เหมาะสมกับโรคของนายเอกหรือไม่ ต่อมาไม่นานพวกความลับก็แตกจนพวกนายต้นได้รู้ความจริงว่าที่แท้จริงแล้วนายเอกไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง แต่ติดเชื้อ HIV ต่างหาก สาเหตุที่รู้ก็เพราะว่าอาการของนายเอกกำเริบอย่างหนัก มีผืนขึ้นเต็มตัวจนได้เค้นถามความจริง โดยเหตุผลที่อาการได้กำเริบขึ้นมานั้น ก็เพราะนายเอกได้หยุดกินยาระงับเชื้อไป เพราะกลัวว่าแฟนจะรู้ว่ากินยาต้านเชื้อ HIV แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่านายต้นไม่ได้โกรธไม่ได้เคืองใดๆ ต่อนายเอกเลย แถมยังบอกว่าจะสู้กันต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปัจจุบันนี้ผมนายต้นก็ยังอยู่กับนายเออย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าจะบางช่วงที่ร่างกายทรุดเป็นระรอกแต่นายต้นก็ได้บอกไว้ว่า “ไม่มียาอะไรดีและได้ผลเท่ากับยาใจ ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไร มะเร็ง และ HIV ถ้ามีกำลังใจที่ดีต่อให้เป็นโรคร้ายแค่ไหนก็สามารถฝันฝ่ามันมาได้ ถึงแม้ว่าวันข้างหน้าเราจะไม่รู้ว่ามีเวลาเหลือเท่าไหร่ แต่จงใช้วันนี้ให้เหมือนกับวันสุดท้ายของชีวิต เท่านี้คุณก็จะมีความสุขได้ในทุกๆ วันที่จะไม่หันกลับมาเสียใจในภายหลัง และขอฝากถึงคนอื่นๆ ที่เป็นแบบผมจงสู้และอย่าปล่อยมือจากกัน”

Read More

Justin Trudeau กับการปราศรัยครั้งสำคัญ

Justin-Trudeau

แม้ว่าปัจจุบันนี้กลุ่มเพศทางเลือก เรียกสั้นๆว่า กลุ่ม LGBT นั้นจะได้รับการยอมรับมากขึ้น หากเรามองย้อนไปไม่ไกลมากเอาแค่สัก 10 ปีก่อน กลุ่มเพศทางเลือกแบบนี้ต้องบอกว่า อยู่ยากมาก พวกเค้าโดนกดขี่เยอะมากทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน ลามไปถึงหน้าที่การงานด้วย วันนี้เรามีเรื่องราวการปราศรัยครั้งสำคัญจะทำให้ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเพศทางเลือกเปลี่ยนแปลงไป ประเทศแคนนาดาในช่วงปี 1950-1990 เรื่องราวของเราต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นเมื่อปี 1950-1990 เสียก่อน ตอนนั้นประเทศแคนนาดาเป็นอีกหนึ่งประเทศมีการต่อต้านกลุ่มเพศทางเลือกเยอะมาก การต่อต้านกลุ่ม LGBT นั้นได้ลามไปถึงหน้าที่การงานด้วย ตอนนั้นหากใครทำงานราชการและทหาร หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นกลุ่ม LGBT พวกเค้าต้องลาออกจากงาน หรือไม่ก็ต้องโดนบีบ โดนบังคับให้ออกจากงานนั้น ด้วยเหตุผลอันไม่น่าเชื่อว่า พวกเค้ามีปัญหาทางจิต พวกเค้าไม่สามารถทำงานได้ ที่สำคัญพวกเค้าผิดเพศจึงไม่สามารถทำงานตามหน้าที่ได้ มองจากตอนนี้ไปมันอาจจะเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่ตอนนั้นเค้าเชื่อกันแบบนั้นจริงๆ ความเชื่อตรงนี้ทำให้ผู้คนในประเทศแคนนาดาหลายคนต้องตกงาน ไม่มีสิทธิ์หางานได้ จำนวนคร่าวก็หลายพันคนทีเดียว ซึ่งมันเป็นการกวาดล้างทางสังคมของรัฐบาลแคนนาดาในตอนนั้นอย่างโหดร้ายมากครั้งหนึ่ง การออกมาขอโทษกับเรื่องดังกล่าว แม้ว่าเรื่องราวจะผ่านมานานแล้ว แต่ความเจ็บช้ำตรงนั้นยังอยู่ปัจจุบันกลุ่ม LGBT ไปจนถึงแพทย์สาขาต่างๆ ได้แสดงให้เห็นแล้ว่าการเป็นเพศทางเลือกนั้นไม่ได้มีความผิด ไม่ได้เป็นโรค ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด พวกเค้าสามารถทำงานตามมอบหมายได้เต็มที่ เต็มศักยภาพของตัวเค้าเอง ล่าสุดจากการยอมรับเรื่องราวเพศทางเลือกมากขึ้นทำให้นายกรัฐมนตรีแคนนาดาคนปัจจุบัน นาย Justin Trudeau ได้ออกมาเป็นตัวแทนรัฐบาลเพื่อปราศรัยกล่าวขอโทษเรื่องราวเมื่อครั้งอดีตด้วยตนเอง เค้าได้แสดงความรู้สึกผิด รู้สึกขอโทษ […]

Read More

To get the latest update of me and my works

>> <<