พฤติกรรมต้องห้ามในศาสนาอิสลาม

Taboo-in-Islam-

เป็นที่รู้กันดีว่าชาติอิสลามนั้นถือว่าเพศที่สามและการรักร่วมเพศระหว่างชาย – ชาย และหญิง-หญิง ถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมสิมสลิมส่วนใหญ่ ถึงแม้หลายประเทศจะออกมาเปิดกว้างต่อเรื่องดังกล่าวมากขึ้น แต่เนื่องจากกฎหมายของชาติอิสลามนั้นอิงตามความเชื่อทางศาสนาที่มีมาแต่ช้านาน และการเปลี่ยนแปลงถือเป็นการดูหมิ่นศาสนาเป็นอย่างมาก ทำให้เรื่องรักร่วมเพศถือเป็นสิ่งต้องห้ามมากที่สุดในศาสนาอิสลาม แต่ไม่เพียงเท่านี้ยังมีชาติอื่นอีกหลายแห่งที่มีการแสดงออกถึงความไม่พอใจ รวมถึงไม่แสดงออกก็มีอยู่เยอะ มีข้อห้ามในศาสนาเยอะมากที่เกี่ยวกับเรื่องความรัก การสัมผัส ระหว่างชายหญิง แม้แต่เพศเดียวกันก็ยังไม่สามารถห่มผ้าผืนด้วยกันได้เลยด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่ามันเป็นความผิดไม่ว่าจะมีการรักรวมเพศเกิดขึ้นจริงหรือไม่ รวมถึงการร่วมรักชายกับชายด้วยกันเองยิ่นเป็นสิ่งที่ต้องห้ามอย่างร้ายแรง โดยกล่าวอ้างว่าผู้ใดที่มีพฤติกรรมเช่นนั้นจะถูกสาปแช่งจากอัลลอฮุ นอกเหนือไปหากชายหญิงอาศัยอยู่ด้วยกันโดยไม่แต่งงานถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีงามและไม่เป็นที่ยอมรับ ถือเป็นความผิดบาดอย่างใหญ่หลวง เพราะมุนษย์ไม่ได้มีอยู่มุ่งแต่เรื่องกิเลส ทางเดียวที่ชายหนุ่มเจริญวัยสามารถเติมเต็มความต้องการทางเพศของตนได้ก็คือ การแต่งงานกับหญิงสาวที่หมายปองเท่านั้นจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีการห้ามไม่ทั้งชายหญิงมีการแต่งตัวเลียนแบบเพศตรงข้าม อย่างเป็นชายแต่งเป็นหญิง หรือหญิงแต่งเป็นชาย หรือที่เรารู้จักกันในฐานะ ทอม ดี้ เกย์ กระเทย จึงเป็นเรื่องต้องห้าม โดยเฉพาะผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศถือเป็นสิ่งที่จะมีความผิดบาปอย่างมาก เพราะถือว่าไม่พึงพอใจกับสิ่งที่พระอัลลอฮุได้ทรงสร้างและกำหนดไว้ เป็นการดูหมิ่นต่อพระเจ้าผู้สร้างโดยแต่ละประเทศในกลุ่มอิสลาม ก็มีบทลงโทษตามกฎหมายที่รุนแรงแตกต่างกันออกไป อย่างในเซเนกัล จะต้องติดคุกอย่างน้อย 1 ปีและไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับเป็นจำนวนเงิน 100,000 – 1,000,000 ฟรังค์ หรือตูนีเชีย มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 3 ปี และโมรอกโค มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 1 ปี […]

Read More

สถานบำบัดผู้เบี่ยงเบนทางเพศ ขุมนรกอันไร้เมตตา

Therapy

การเบี่ยงเบนทางเพศไม่ว่าจะเป็นเพศทางเลือกไหนก็ตาม เดี๋ยวนี้ถือว่าไม่เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องแปลกแล้ว สังคมได้เปิดรับเพศทางเลือกเหล่านี้มากขึ้นทั้งในการใช้ชีวิต การทำงาน และการอยู่ร่วมกัน อย่างไรก็ตามการเบี่ยงเบนทางเพศในบางสังคมก็มองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เป็นอาการป่วยชนิดหนึ่งจนต้องมีการเปิดสถาบันเพื่อบำบัดขึ้นมา ซึ่งบอกเลยว่าไม่เพียงแต่บำบัดไม่ได้แต่เป็นเหมือนกลับผลักคนเหล่านั้นไปลงขุมนรกอันไร้เมตตาอีกต่างหาก เปิดขุมนรกแห่งความไร้เมตตา สถานบำบัดผู้เบี่ยงเบนทางเพศสุดอำมหิตแห่งนี้ เกิดขึ้นแถวทวีปอเมริกาใต้ประเทศเอกวาดอร์ ที่นี่มีการเปิดคลินิกที่อ้างว่าสามารถรักษาอาการบำบัดการเบี่ยงเบนทางเพศได้ หากเข้าติดต่อตอนแรกอาจจะมองว่าเป็นเพียงแค่คลินิกบำบัดอาการติดสารเสพติด ติดบุหรี่ หรือ ติดสุราเท่านั้น แต่เบื้องหลังเป็นอันรู้กันว่าเปิดเป็นสถานที่บำบัดเรื่องการเบี่ยงเบนทางเพศ บำบัดด้วยความรุนแรงไม่ใช่การพูดคุย ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า อาการเบี่ยงเบนทางเพศนั้นไม่ใช่อาการผิดปกติ ไม่ได้เป็นโรคเป็นอะไรทั้งนั้น แต่หลายคนหากเป็นแล้ว แพทย์มักจะเลือกการรักษาด้วยการพูดคุย สัมภาษณ์และทำความเข้าใจร่วมกัน จากนั้นก็ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมทีละน้อยแทน เพื่อให้การรักษาไม่ได้เป็นการสร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับผู้บำบัดอีก แต่สถานที่แห่งนี้กลับเลือกใช้ความรุนแรงและยัดเยียดความเชื่อบางประการเพื่อบำบัดอาการเบี่ยงเบนอีก นอกจากจะไม่ทำให้อาการเบี่ยงเบนหายไปแล้ว ซ้ำร้ายจะหนักกว่าเดิม เพิ่มเติมบาดแผลทางจิตใจเข้าไปจนอาจทำให้เกิดอาการจิตเวชอื่นตามมาอีกก็ได้ วีรกรรมสุดโหดของ นรกแห่งนี้ เล่ากันไปแล้วมาดูรายละเอียดของวีรกรรมสุดโหดของสถานบำบัดแห่งนี้กันดีกว่า พวกเค้ามีวิธีทรมาน ลงโทษ ทำร้ายร่างกายผู้เข้ารับการบำบัดอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การบังคับให้ผู้บำบัดทำความสะอาดห้องน้ำทุกห้อง ด้วยแปรงสีฟัน ย้ำว่าแปรงสีฟัน หากผู้คุมมาตรวจแล้วไม่สะอาดจะต้องโดนลงโทษด้วยการทุบตี หนักกว่านั้นก็จะเอามือจุ่มชักโครกแล้วเหยียบมือเอาไว้เพื่อเป็นการข่มขู่ ตอนกลางคืนจะมีผู้ถูกบำบัดบางคนโดนลากออกไปทำโทษเดี่ยวด้วย วิธีการอันรุนแรงทำเอาผู้บำบัดคนอื่นรู้สึกสะดุ้งตื่นกลางดึก โหดสุดต้องเป็นการให้ดื่มของเหลวชนิดพิเศษ ผู้บำบัดก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ส่วนผสมอะไร รู้แต่ว่าเค้าให้กินเพื่อรักษาอาการเบี่ยงเบน อีกทั้งผู้บำบัดบางคนจะโดนผู้คุมชายข่มขื่นบ้าง ล่วงละเมิดทางเพศบ้างลับหลังด้วย โดยอ้างว่าเป็นหนึ่งในวิธีการรักษา ยังดีสถานบำบัดแห่งนี้ไม่ได้ขยายสาขามาไทย ไม่งั้นคงแย่แน่นอน

Read More

ชีวิตรักร่วมเพศของนายทหารทุกประเทศ

Homosexuality-

กลายเป็นภาพนาทีเป็นประวัติศาสตร์เมื่อนายทหารสองคนได้ร่วมเข้าพิธีแลกเปลี่ยนคำสาบานในมหานครนิวยอร์ก ได้กลายเป็นนายทหารเพศเดียวกันที่เข้าพิธีแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย แดเนียล์ ฮอล วัย 30 ปี และ วินเซ็น ฟรานชิโน่ วัย 26 ปี ได้ประกาศคำมั่นต่อความรักที่มีให้กันต่อหน้าบรรดาสมาชิกในครอบครัว และเพื่อนๆ ในโบสถ์ พวกเขาเล่าว่าได้เจอกันครั้งแรกที่เวสพอย์โรงเรียนนายร้อยเมื่อปี 2009 ในขณะที่ตอนนั้นฮอล์เป็นรุ่นพี่ และฟรานชิโน่เพิ่งเข้ามาเป็นรุ่นน้องใหม่ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยังคงไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งปี 2012 พวกเขาต้องปิดบังความจริงใจหลังตามกฎหรือนโยบายของทหารที่เรียกว่า “don’t ask don’t tell” ซึ่งห้ามเกย์เลสเบี้ยนและกะเทยเปิดเผยตนเองในขณะที่อยู่ในการรับราชการทหาร ทั้งคู่เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์รุ่นอาปาเช่ และตอนนี้ทั้งสองประจำการอยู่ที่ Fort Bliss ในเท็กซัส พวกเขาได้บอกว่าในระหว่างตอนต้นๆ ที่ได้คุยกันนั้นพวกเรามีความเป็นงานเป็นการกันมากเพราะว่าเราแบ่งกันตามชั้นปี และตำแหน่ง จนกระทั่งทั้งคู่ได้รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่มีต่อกันในภายหลัง ซึ่งต่อมาได้ก่อตัวเป็นความรักแบบรวดเร็ว การแต่งงานครั้งนี้มีความหมายสำหรับพวกเขาเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อก่อนมันแถบเป็นไปไม่ได้ที่เราจะแต่งงานกันแบบนี้ เป็นช่วงเวลาที่ทั้งคู่ต่างรอคอยมาอย่างยาวนาน ในขณะที่ต้องแบกภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการทำหน้าที่ปกป้องชาติไปพร้อมๆ กัน การแต่งงานครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างประวัติศาสตร์ สำหรับกองทัพและสังคมรักร่วมเพศเป็นอย่างมาก และเกิดขึ้นหลังจากหกเดือนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมพ์ประกาศว่า เขาวางแผนที่จะห้ามผู้เบี่ยงเบนทางเพศเข้ารับใช้ราชการในประเทศสหรัฐอเมริกา เขาประกาศแผนใน Twitter เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาด้วยการกล่าวว่าจะช่วยลดภาระทางค่าใช้จ่ายรวมถึงปัญหาต่างๆ ที่อาจตามมาอย่างเช่นในกรณีแบบนี้ที่เกิดการแอบมีสัมพันธ์กันในกองทัพซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากจะห้ามกันได้ ในขณะที่ประเทศเปิดกว้างให้กับเพศที่สามมากขึ้น ในขณะที่หลายปรเทศเปิดรับกลุ่มคนรักร่วมเพศกันมากขึ้นอย่างในทวีปยุโรป และอเมริการวมถึงประเทศไทยเรา […]

Read More

To get the latest update of me and my works

>> <<